ดับเบิ้ลฟาซาด

ตะแกรงเหล็กฉีกกับ “ช่องเปิด” มากกว่าการนำวัสดุมาปิดช่องว่าง

ช่องเปิดเป็นองค์ประกอบสำคัญของอาคาร เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งการใช้งาน การมองเห็น การระบายอากาศ แสงธรรมชาติ และความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอก

เมื่อนำ ตะแกรงเหล็กฉีก มาใช้กับช่องเปิด แนวคิดจึงไม่ควรเป็นเพียง

“มีช่องว่างตรงนี้ แล้วเอาตะแกรงมาติดปิด”

แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า

  • ช่องเปิดนี้มีหน้าที่อะไร?
  • ต้องการให้อากาศผ่านมากน้อยแค่ไหน?
  • ต้องการมองทะลุหรือปิดบังระดับใด?
  • ผู้ใช้งานจะมองจากระยะใกล้หรือไกล?
  • ต้องเปิด-ปิดหรือถอดออกหรือไม่?
  • ต้องการให้ตะแกรงเป็นส่วนหนึ่งของกรอบช่องเปิดหรือไม่?

การตอบคำถามเหล่านี้ก่อนเลือกวัสดุ จะช่วยให้ ตะแกรงเหล็กฉีกวีแอนด์พี ถูกนำไปใช้ได้เหมาะสมกับลักษณะงานมากขึ้น

ดับเบิ้ลฟาซาด


ช่องเปิดอาคารมีอะไรบ้าง?

คำว่า “ช่องเปิด” ไม่ได้หมายถึงหน้าต่างเพียงอย่างเดียว

ในงานสถาปัตยกรรมสามารถพบช่องเปิดได้หลายรูปแบบ เช่น

1. ช่องหน้าต่าง

ใช้เป็นช่องรับแสงและมุมมอง โดยตะแกรงสามารถนำมาใช้เป็นองค์ประกอบด้านหน้าหรือส่วนประกอบของกรอบหน้าต่างตามแนวคิดของงาน

2. ช่องประตู

ตะแกรงสามารถนำไปใช้เป็นบานประตู บานเลื่อน หรือส่วนประกอบของประตูที่ต้องการให้มีการมองทะลุและอากาศไหลผ่าน

3. ช่องระบายอากาศ

เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการให้อากาศผ่าน แต่ไม่ต้องการเปิดช่องโล่งทั้งหมด

4. ช่องใต้หลังคา

สามารถใช้เป็นวัสดุปิดช่องที่ต้องการการถ่ายเทอากาศ พร้อมช่วยลดการเปิดช่องโล่งโดยตรง

5. ช่องโถงบันได

สามารถนำตะแกรงมาเป็นส่วนประกอบของพื้นที่เปิดหรือช่องว่างของบันไดได้

6. ช่องเปิดพื้นที่กึ่งภายนอก

เช่น ระเบียง ทางเดิน หรือพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอก

ภายในดับเบิ้ลฟาซาด


1. เริ่มต้นจาก “หน้าที่ของช่องเปิด” ก่อนเลือกตะแกรง

การเลือกตะแกรงที่เหมาะสมควรเริ่มจาก Function

ตัวอย่างเช่น

ต้องการระบายอากาศ → พิจารณาพื้นที่เปิดและรูปแบบการไหลของอากาศ

ต้องการมองผ่าน → พิจารณาขนาดช่องเปิดและระยะมอง

ต้องการสร้างความเป็นส่วนตัว → พิจารณามุมมองและการบดบัง

ต้องการตกแต่ง → พิจารณา Pattern, Module และกรอบ

ดังนั้น ตะแกรงชนิดเดียวกันอาจเหมาะกับงานหนึ่ง แต่ไม่เหมาะกับอีกงานหนึ่ง


2. ขนาดช่องเปิดกับขนาดลายตะแกรงต้องสัมพันธ์กัน

สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ Scale

ตะแกรงที่มีช่องเปิดขนาดหนึ่ง เมื่อใช้กับช่องหน้าต่างขนาดเล็ก อาจทำให้ลายดูแน่นเกินไป

ในขณะที่ตะแกรงแบบเดียวกัน เมื่อใช้กับผนังขนาดใหญ่ อาจทำให้ลายดูเล็กและไม่สัมพันธ์กับ Scale ของอาคาร

จึงควรทดลองดูทั้ง

  • ระยะใกล้
  • ระยะกลาง
  • ระยะไกล

ก่อนตัดสินใจเลือก Pattern


3. ช่องเปิดเล็กควรให้ความสำคัญกับกรอบ

สำหรับช่องเปิดขนาดเล็ก เช่น หน้าต่างหรือช่องระบายอากาศ รายละเอียดของกรอบจะมีผลมาก

ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า

ผนัง → กรอบช่องเปิด → โครง → ตะแกรง

หรือ

ผนัง → โครงตะแกรง

เพราะรายละเอียดที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อทั้งรูปลักษณ์และวิธีติดตั้ง

สำหรับช่องขนาดเล็ก การทำกรอบให้เรียบร้อยมักช่วยให้ขอบตะแกรงดูเป็นส่วนหนึ่งของอาคารมากกว่าการปล่อยให้แผ่นตะแกรงจบแบบไม่มีรายละเอียด


4. ช่องเปิดขนาดใหญ่ต้องคิดเรื่อง Module

เมื่อช่องเปิดมีขนาดใหญ่ การใช้ตะแกรงเพียงแผ่นเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด

ควรพิจารณาการแบ่งเป็น Module เช่น

Panel 1 | Panel 2 | Panel 3

หรือแบ่งตาม

  • แนวเสา
  • แนวพื้น
  • แนวหน้าต่าง
  • แนวประตู
  • Grid ของอาคาร

การแบ่ง Module ที่ดีช่วยให้การติดตั้งง่ายขึ้น และทำให้รอยต่อดูเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ


5. ตะแกรงเหล็กฉีกกับช่องหน้าต่าง

การนำตะแกรงมาใช้กับหน้าต่างสามารถออกแบบได้หลายแนวทาง

แบบที่ 1 ติดตั้งเป็น Panel ด้านหน้าหน้าต่าง

ทำให้หน้าต่างมีองค์ประกอบเพิ่มเติมจากระยะภายนอก

แบบที่ 2 ติดตั้งเป็นบานเปิด

สามารถออกแบบให้ตะแกรงเป็นส่วนหนึ่งของบานหน้าต่างหรือบานป้องกันภายนอกได้

แบบที่ 3 ติดตั้งแบบบานเลื่อน

เหมาะกับแนวคิดที่ต้องการเปลี่ยนตำแหน่งของตะแกรงตามการใช้งาน

แบบที่ 4 ใช้เฉพาะบางช่อง

ไม่จำเป็นต้องติดทุกหน้าต่าง สามารถเลือกเฉพาะตำแหน่งที่ต้องการสร้างองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม


6. ตะแกรงเหล็กฉีกกับช่องประตู

สำหรับประตู สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มจากผนังคือ การเคลื่อนไหว

ตะแกรงอาจถูกนำไปใช้กับ

  • ประตูบานเปิด
  • ประตูบานเลื่อน
  • ประตูพื้นที่บริการ
  • ประตูทางเข้า
  • ประตูพื้นที่กึ่งภายนอก

โดยต้องพิจารณาน้ำหนักของบาน ระบบบานพับหรือราง และความแข็งแรงของกรอบร่วมกับตะแกรง

หากเป็นประตูที่ใช้งานบ่อย ไม่ควรเลือกจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว


7. ตะแกรงเหล็กฉีกกับช่องระบายอากาศ

หนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้ตะแกรงเหล็กฉีกน่าสนใจสำหรับช่องเปิดคือโครงสร้างที่มีช่องว่างต่อเนื่อง

จึงสามารถนำไปออกแบบบริเวณที่ต้องการการถ่ายเทอากาศได้

ตัวอย่างเช่น

  • ห้องเครื่อง
  • ช่องระบายอากาศ
  • พื้นที่บริการ
  • ใต้หลังคา
  • โรงจอดรถ
  • พื้นที่กึ่งภายนอก

อย่างไรก็ตาม การเลือกตะแกรงสำหรับงานระบายอากาศควรพิจารณาพื้นที่เปิดจริงของลาย รวมถึงทิศทางลมและข้อกำหนดเฉพาะของพื้นที่ ไม่ควรสรุปจากรูปลักษณ์ของช่องตะแกรงเพียงอย่างเดียว


8. “มองทะลุได้แค่ไหน” เป็นอีกโจทย์สำคัญ

ตะแกรงเหล็กฉีกไม่ได้มีผลเพียงเรื่องการเปิดหรือปิดช่อง

แต่ยังสร้างระดับของการมองเห็น

เช่น

มองเห็นชัด → มองเห็นบางส่วน → เห็นเป็นเงา → บดบังมากขึ้น

ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับ

  • ขนาดช่องเปิด
  • รูปแบบตะแกรง
  • ตำแหน่งการติดตั้ง
  • ระยะห่าง
  • มุมมอง
  • แสงด้านหน้าและด้านหลัง

ดังนั้น หากโจทย์ของงานเกี่ยวข้องกับ Privacy ควรทดสอบจากมุมมองจริง ไม่ควรตัดสินจากภาพด้านหน้าเพียงอย่างเดียว


9. ทิศทางการติดตั้งก็เปลี่ยนความรู้สึกของช่องเปิด

ตะแกรงสามารถวางแนวของ Pattern ให้สัมพันธ์กับองค์ประกอบของช่องเปิด

เช่น

แนวตั้ง

ช่วยเน้นความสูงของช่อง

แนวนอน

ช่วยเน้นความกว้าง

แนวเฉียง

สามารถสร้างความรู้สึกเคลื่อนไหวและเปลี่ยน Pattern ที่มองเห็น

ดังนั้น การเลือกทิศทางไม่ควรพิจารณาเฉพาะวิธีติดตั้ง แต่ควรดูร่วมกับรูปทรงของช่องเปิดด้วย


10. ช่องเปิดกับการออกแบบกรอบ

กรอบของช่องเปิดเป็นตัวเชื่อมระหว่างตะแกรงกับอาคาร

ตัวอย่างเช่น

ช่องสี่เหลี่ยม + กรอบบาง + ตะแกรง Pattern ขนาดเล็ก

จะให้ความรู้สึกแตกต่างจาก

ช่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ + กรอบหนา + Panel ขนาดใหญ่

ดังนั้น กรอบไม่ใช่เพียงชิ้นส่วนสำหรับยึดตะแกรง แต่เป็นองค์ประกอบที่ควรออกแบบไปพร้อมกัน


11. การออกแบบช่องเปิดให้สัมพันธ์กับ Grid อาคาร

ในงานสถาปัตยกรรม ช่องเปิดจำนวนมากมีความสัมพันธ์กับ Grid ของอาคารอยู่แล้ว

เช่น

เสา → หน้าต่าง → ผนัง → ช่องเปิด → เสา

เมื่อนำตะแกรงเข้ามา ควรพยายามให้ Module ของตะแกรงสัมพันธ์กับ Grid เดิม

จะช่วยลดปัญหา

  • รอยต่อที่ไม่ลงตัว
  • แผ่นตัดจำนวนมาก
  • กรอบที่ไม่สัมพันธ์กับอาคาร
  • Pattern ที่สะดุด
  • รายละเอียดหน้างานที่ซับซ้อนเกินจำเป็น

12. การวางตะแกรงให้สัมพันธ์กับช่องเปิดภายใน

ไม่ควรดูเฉพาะ Elevation ภายนอก

ต้องพิจารณาด้วยว่าคนที่อยู่ภายในอาคารจะเห็นตะแกรงอย่างไร

ตัวอย่างเช่น

ภายนอก: ตะแกรงดูเป็น Pattern สวยงาม

แต่

ภายใน: ตะแกรงอาจบดบังมุมมองหรือทำให้ช่องเปิดดูมืดลง

ดังนั้นการออกแบบช่องเปิดด้วยตะแกรงควรดูทั้งสองด้าน

Exterior View + Interior View


13. การติดตั้งกับผนังเดิม

สำหรับงานรีโนเวท สิ่งสำคัญคืออย่าคิดเฉพาะแผ่นตะแกรง

ต้องสำรวจผนังเดิมก่อนว่า

  • เป็นผนังก่ออิฐหรือคอนกรีต
  • มีโครงสร้างรองรับหรือไม่
  • มีงานระบบอยู่บริเวณนั้นหรือไม่
  • สามารถเจาะยึดได้หรือไม่
  • ต้องการถอดออกในอนาคตหรือไม่

จากนั้นจึงออกแบบ Bracket และโครงรองรับให้เหมาะกับสภาพจริง


14. การเลือกตะแกรงเหล็กฉีกวีแอนด์พีสำหรับช่องเปิด

เมื่อเลือก ตะแกรงเหล็กฉีกวีแอนด์พี สำหรับช่องเปิด ควรพิจารณาผลิตภัณฑ์จาก “หน้าที่ของช่อง” เป็นหลัก

ตัวแปรสำคัญ ได้แก่

  1. ขนาดช่องเปิด
  2. ระยะมอง
  3. ระดับการมองทะลุที่ต้องการ
  4. การระบายอากาศ
  5. ขนาดและน้ำหนักของ Panel
  6. ระบบกรอบ
  7. ระบบยึด
  8. สภาพแวดล้อม
  9. การบำรุงรักษา
  10. รูปแบบทางสถาปัตยกรรม

การเลือกจาก Pattern เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ได้วัสดุที่สวย แต่ไม่ตอบโจทย์การใช้งาน

สามารถดูรายละเอียดของ ตะแกรงเหล็กฉีกวีแอนด์พี เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการเลือกวัสดุสำหรับงานจริง


15. สิ่งที่ควรระวังเมื่อออกแบบช่องเปิดด้วยตะแกรงเหล็กฉีก

1. อย่าเลือกขนาดลายจากภาพอย่างเดียว

ควรพิจารณาขนาดจริงและระยะมอง

2. อย่าลืมความหนาของกรอบ

กรอบสามารถเปลี่ยนสัดส่วนของช่องเปิดได้

3. อย่ามองเฉพาะด้านหน้า

ควรดูมุมเฉียงและมุมมองจากภายในด้วย

4. อย่าลืมเรื่องการเปิด-ปิด

หากเป็นบานที่เคลื่อนที่ ต้องพิจารณาน้ำหนักและ Hardware

5. อย่าลืมการบำรุงรักษา

ช่องเปิดที่ติดตั้งตะแกรงหลายชั้นอาจเข้าถึงยาก หากไม่ได้วางระบบตั้งแต่ต้น

6. อย่าลืมโครงสร้าง

ตำแหน่งยึดและโครงรองรับต้องเหมาะกับน้ำหนักและแรงที่เกิดขึ้นจริงของโครงการ


16. Checklist สำหรับสถาปนิกก่อนระบุตะแกรงในช่องเปิด

ก่อนออกแบบรายละเอียด ควรตอบคำถามต่อไปนี้ให้ครบ

☐ ช่องเปิดมีหน้าที่อะไร
☐ ต้องการให้อากาศผ่านหรือไม่
☐ ต้องการมองทะลุระดับใด
☐ ต้องการความเป็นส่วนตัวระดับใด
☐ ช่องเปิดมีขนาดเท่าไร
☐ ตะแกรงอยู่ด้านในหรือด้านนอก
☐ ตะแกรงเป็น Panel หรือเป็นบาน
☐ ต้องมีกรอบหรือไม่
☐ ต้องแบ่งเป็นกี่ Module
☐ จุดยึดอยู่ตรงไหน
☐ สามารถเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุงได้หรือไม่
☐ รายละเอียดสอดคล้องกับ Grid อาคารหรือไม่


สรุป

ตะแกรงเหล็กฉีกกับการออกแบบช่องเปิด ไม่ควรคิดเพียงว่าเป็นวัสดุสำหรับปิดช่องว่าง แต่ควรออกแบบให้สัมพันธ์กับหน้าที่ของช่องเปิดตั้งแต่ต้น

ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่องหน้าต่าง
  • ช่องประตู
  • ช่องระบายอากาศ
  • ช่องใต้หลังคา
  • ช่องโถงบันได
  • ช่องเปิดพื้นที่กึ่งภายนอก

สิ่งสำคัญคือการเลือก Pattern + Scale + Module + Frame + Mounting System ให้ทำงานร่วมกัน

เมื่อออกแบบอย่างเป็นระบบ ตะแกรงเหล็กฉีกวีแอนด์พี สามารถเป็นทั้งองค์ประกอบด้านการใช้งานและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของช่องเปิดได้ โดยรายละเอียดสุดท้ายควรปรับตามลักษณะโครงการจริงและข้อกำหนดด้านโครงสร้างและการใช้งาน


FAQ

ตะแกรงเหล็กฉีกใช้กับช่องหน้าต่างได้หรือไม่?

สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับช่องหน้าต่างได้ทั้งในรูปแบบ Panel, กรอบ หรือบานที่ออกแบบเฉพาะสำหรับโครงการ

ตะแกรงเหล็กฉีกใช้เป็นช่องระบายอากาศได้หรือไม่?

สามารถใช้ในพื้นที่ที่ต้องการการถ่ายเทอากาศได้ แต่ควรพิจารณาพื้นที่เปิดจริงของตะแกรงและเงื่อนไขของพื้นที่ร่วมด้วย

ตะแกรงเหล็กฉีกใช้กับประตูได้หรือไม่?

สามารถใช้ได้ แต่ต้องพิจารณาน้ำหนักของบาน ระบบบานพับหรือราง และโครงกรอบให้เหมาะสม

ควรเลือกตะแกรงจากขนาดช่องเปิดหรือไม่?

ใช่ แต่ไม่ควรพิจารณาเฉพาะขนาดช่อง ต้องดู Scale ของอาคาร ระยะมอง ความต้องการมองทะลุ และการใช้งานร่วมด้วย

ตะแกรงเหล็กฉีกช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้หรือไม่?

สามารถช่วยลดการมองเห็นโดยตรงได้ในบางรูปแบบ แต่ระดับ Privacy ขึ้นอยู่กับ Pattern ตำแหน่งติดตั้ง มุมมอง และสภาพแสง จึงควรทดสอบกับสภาพจริงของโครงการ

สเปคสินค้าวีแอนด์พี 

ตะแกรงฉีก xs-31ตะแกรงฉีก xs-32ตะแกรงฉีก xs-33ตะแกรงฉีก xs-41ตะแกรงฉีก xs-42ตะแกรงฉีก xs-43

ตะแกรงฉีก xs-51 ตะแกรงฉีก xs-52  ตะแกรงฉีก xs-53ตะแกรงฉีก xs-61ตะแกรงฉีก xs-62ตะแกรงฉีก xs-63

ตะแกรงฉีก s-6 ตะแกรงฉีก s-18 

เลือกซือสินค้าวีแอนด์พี       

ตะแกรงฉีกxs-31ตะแกรงฉีกxs-32 ตะแกรงฉีกxs-33ตะแกรงฉีกxs-41  ตะแกรงฉีกxs-42ตะแกรงฉีกxs-43   

ตะแกรงฉีกxs-51ตะแกรงฉีกxs-52ตะแกรงฉีกxs-53ตะแกรงฉีกxs-61ตะแกรงฉีกxs-62ตะแกรงฉีกxs-63 

ตะแกรงฉีกs-6ตะแกรงฉีกs-18