ตะแกรงเหล็กฉีกสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง เลือกและออกแบบอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน
ตะแกรงเหล็กฉีกสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง เลือกและออกแบบอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน
พื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหลากหลาย ทั้งผู้อยู่อาศัย ลูกค้า พนักงาน ผู้มาติดต่อ หรือผู้ใช้บริการอาคาร ทำให้การออกแบบพื้นที่เหล่านี้ต้องคำนึงถึงทั้ง ความปลอดภัย การมองเห็น การระบายอากาศ การแบ่งพื้นที่ และภาพรวมของอาคาร
หนึ่งในวัสดุที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ส่วนกลางได้หลากหลายคือ ตะแกรงเหล็กฉีกวีแอนด์พี เนื่องจากโครงสร้างของวัสดุมีช่องเปิดต่อเนื่อง สามารถทำหน้าที่เป็นทั้งแผงกั้น แผงตกแต่ง ราวกันตก หรือองค์ประกอบสำหรับสร้างขอบเขตของพื้นที่ โดยยังคงความโปร่งของพื้นที่เอาไว้
ตะแกรงเหล็กฉีกวีแอนด์พี สามารถนำไปประยุกต์กับงานสถาปัตยกรรมและงานพื้นที่ส่วนกลางได้หลายรูปแบบ ทั้งนี้การเลือกชนิดของตะแกรงควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานจริง โครงสร้าง และวิธีติดตั้งของแต่ละโครงการ

พื้นที่ส่วนกลางคืออะไร และทำไมต้องเลือกวัสดุให้เหมาะสม
พื้นที่ส่วนกลางหมายถึงพื้นที่ที่ไม่ได้จำกัดการใช้งานเฉพาะบุคคล เช่น
โถงทางเข้าอาคาร
ทางเดิน
โถงบันได
พื้นที่พักคอย
ลานอาคาร
พื้นที่นั่งพัก
ระเบียงหรือพื้นที่กึ่งภายนอก
พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร
พื้นที่ส่วนกลางของคอนโดมิเนียม
พื้นที่ส่วนกลางของอพาร์ตเมนต์
พื้นที่ส่วนกลางของสำนักงาน
พื้นที่บริการหรือพื้นที่หลังอาคาร
พื้นที่เหล่านี้มักต้องการวัสดุที่สามารถสร้างขอบเขตโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูปิดทึบจนเกินไป
ตะแกรงเหล็กฉีกจึงสามารถนำมาใช้เป็น ตัวกลางระหว่างพื้นที่เปิดและพื้นที่ปิด ได้ โดยออกแบบขนาดช่องเปิด ทิศทางการติดตั้ง และรูปแบบกรอบให้เหมาะกับตำแหน่งที่ใช้งาน
ตะแกรงเหล็กฉีกวีแอน์พีใช้กับพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างไร
จุดเด่นของตะแกรงเหล็กฉีกคือสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในลักษณะ แผงกั้น แผงกรองสายตา ราว หรือองค์ประกอบตกแต่ง ขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบโดยรวม
1. ใช้เป็นแผงกั้นพื้นที่
พื้นที่ส่วนกลางบางแห่งต้องการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน เช่น
แบ่งโถงทางเดิน
แบ่งพื้นที่พักคอย
แบ่งพื้นที่บริการ
กั้นพื้นที่เก็บของ
แบ่งพื้นที่ใช้งานเฉพาะส่วน
กั้นพื้นที่หลังอาคาร
การใช้ตะแกรงเหล็กฉีกแทนผนังทึบช่วยให้สามารถกำหนดขอบเขตของพื้นที่ได้ โดยยังคงมองเห็นพื้นที่อีกด้านหนึ่งได้ในระดับหนึ่ง
ลักษณะนี้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการ แบ่งพื้นที่แต่ไม่ต้องการปิดกั้นทางสายตาทั้งหมด
2. ใช้เป็นฉากกั้นเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว
พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ต้องเปิดโล่งทั้งหมด
บางบริเวณอาจต้องการลดการมองเห็น เช่น
มุมพักคอย
พื้นที่นั่งพัก
จุดรอรับบริการ
พื้นที่พักของพนักงาน
พื้นที่บริการด้านหลัง
ตะแกรงเหล็กฉีกสามารถนำมาออกแบบเป็น Screen เพื่อช่วยลดระดับการมองเห็น โดยไม่จำเป็นต้องสร้างผนังทึบเต็มพื้นที่
การเลือกขนาดช่องเปิดจึงเป็นส่วนสำคัญ เพราะช่องเปิดที่แตกต่างกันจะให้ระดับความโปร่งและการมองเห็นแตกต่างกัน
3. ใช้เป็นองค์ประกอบของทางเดิน
ทางเดินเป็นพื้นที่ที่พบได้บ่อยในอาคารหลายประเภท
ตะแกรงเหล็กฉีกสามารถนำมาใช้เป็นองค์ประกอบบริเวณด้านข้างของทางเดิน เช่น
แผงกั้น
ราว
Screen
ผนังโปร่ง
แผงแบ่งโซน
องค์ประกอบตกแต่ง
โดยควรพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างตะแกรง โครงสร้าง และพื้นที่สัญจรให้เหมาะสม
หากนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบราวหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากการตก ต้องออกแบบและตรวจสอบระบบทั้งหมด ไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวแผ่นตะแกรงเพียงอย่างเดียว
4. ใช้กับโถงบันไดและพื้นที่เชื่อมต่อ
โถงบันไดเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สามารถประยุกต์ใช้ตะแกรงเหล็กฉีกได้
ตัวอย่างเช่น
แผงกั้นด้านข้าง
ราวกันตก
Screen รอบโถง
แผงปิดพื้นที่ใต้บันได
แผงแบ่งพื้นที่ระหว่างบันไดกับพื้นที่ใช้งาน
ข้อสำคัญคือ หากตะแกรงถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันการตก ต้องพิจารณาความแข็งแรงของเสา โครงราว จุดยึด และรายละเอียดทั้งหมดร่วมกัน
ตะแกรงเหล็กฉีกทำหน้าที่เป็น แผงเติมหรือ Infill ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวตะแกรงเพียงอย่างเดียวจะเป็นระบบราวกันตกที่สมบูรณ์
5. ใช้กับพื้นที่พักคอยและพื้นที่นั่งพัก
พื้นที่พักคอยมักต้องการความรู้สึกเปิดโล่ง แต่ก็อาจต้องการกำหนดขอบเขตของพื้นที่
การใช้ตะแกรงเหล็กฉีกสามารถสร้างขอบเขตโดยไม่ทำให้พื้นที่ถูกแบ่งด้วยผนังทึบทั้งหมด
สามารถออกแบบเป็น
ฉากหลังของพื้นที่นั่ง
ฉากกั้นระหว่างโซน
แผงด้านข้าง
Screen สำหรับลดการมองเห็น
Element ตกแต่ง
หากใช้ร่วมกับวัสดุอื่น เช่น ไม้ กระจก คอนกรีต หรือโลหะชนิดอื่น ก็สามารถสร้างความแตกต่างของพื้นผิวและจังหวะของพื้นที่ได้
6. ใช้กับพื้นที่กึ่งภายนอก
พื้นที่ส่วนกลางหลายประเภทมีลักษณะกึ่งภายนอก เช่น
ระเบียงส่วนกลาง
ทางเดินเปิด
ลานพักผ่อน
พื้นที่เชื่อมอาคาร
พื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง
พื้นที่พักคอยด้านหน้าอาคาร
พื้นที่ลักษณะนี้ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมมากกว่าพื้นที่ภายในอาคาร เช่น ฝน ความชื้น แสงแดด และการสะสมของฝุ่น
ดังนั้นการเลือกวัสดุและระบบป้องกันผิวจึงควรสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมจริงของโครงการ
เลือกตะแกรงเหล็กฉีกวีแอนด์พีสำหรับพื้นที่ส่วนกลางอย่างไร
การเลือกไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “รุ่นไหนดีที่สุด” แต่ควรเริ่มจาก พื้นที่นั้นต้องการให้ตะแกรงทำหน้าที่อะไร
1. กำหนดหน้าที่ของตะแกรง
ก่อนเลือกสินค้า ควรระบุให้ชัดเจนว่าใช้เพื่อ
แบ่งพื้นที่
กั้นพื้นที่
ลดการมองเห็น
ระบายอากาศ
ตกแต่ง
ทำ Screen
เป็นส่วนหนึ่งของราว
ปิดพื้นที่บริการ
เพราะแต่ละหน้าที่อาจต้องการคุณสมบัติของตะแกรงแตกต่างกัน
2. พิจารณาขนาดช่องเปิด
ขนาดช่องเปิดเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานพื้นที่ส่วนกลาง
ช่องเปิดมีผลต่อ
การมองเห็น
ความโปร่ง
การระบายอากาศ
ความเป็นส่วนตัว
รูปลักษณ์ของอาคาร
น้ำหนักและลักษณะของแผง
หากต้องการความโปร่งและการมองเห็นมาก อาจเลือกตะแกรงที่มีลักษณะช่องเปิดเหมาะกับวัตถุประสงค์นั้น
แต่หากต้องการลดการมองเห็น ควรพิจารณารูปแบบช่องเปิดและระยะการติดตั้งร่วมกัน
3. พิจารณาความหนาและขนาดของแผ่น
ความหนาและขนาดของแผ่นควรสัมพันธ์กับ
ขนาดแผง
ระยะโครงสร้าง
ตำแหน่งติดตั้ง
แรงที่กระทำกับแผง
วิธีการยึด
น้ำหนักรวมของระบบ
โดยเฉพาะแผงขนาดใหญ่ ไม่ควรเลือกจากขนาดตะแกรงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาโครงสร้างรองรับและจุดยึดด้วย
โครงสร้างและการติดตั้งสำคัญไม่แพ้ตัวตะแกรง
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้ในการออกแบบคือการพิจารณาเฉพาะตัวตะแกรง แต่ไม่ได้ออกแบบระบบรองรับอย่างเหมาะสม
ระบบพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ตะแกรงเหล็กฉีกอาจประกอบด้วย
ตะแกรงเหล็กฉีก → กรอบ → เสา/โครงสร้าง → จุดยึด → โครงสร้างอาคาร
แต่ละส่วนต้องทำงานร่วมกัน
ตัวอย่างเช่น หากใช้ตะแกรงเป็นแผงกั้นขนาดใหญ่ ควรพิจารณา
น้ำหนักแผง
ระยะโครง
จุดยึด
การโก่งตัว
แรงจากการใช้งาน
สภาพแวดล้อม
การบำรุงรักษา
สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น ราวกันตก บันได หรือพื้นที่ต่างระดับ ควรให้ผู้มีความรู้ด้านวิศวกรรมตรวจสอบระบบให้เหมาะกับโครงการและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ตะแกรงเหล็กฉีกวีแอนด์พีช่วยสร้างมิติให้พื้นที่ส่วนกลางได้อย่างไร
นอกจากการใช้งานด้านการแบ่งพื้นที่แล้ว ตะแกรงเหล็กฉีกยังสามารถใช้เป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมได้
วิธีหนึ่งคือการสร้าง Layer ของพื้นที่
ตัวอย่างเช่น
พื้นที่ใช้งาน → ช่องว่าง → ตะแกรง → โครงสร้างด้านหลัง
เมื่อมองจากระยะต่างกันจะเกิดการซ้อนทับของเส้นและเงา ทำให้พื้นที่มีความลึกมากกว่าการใช้ผนังทึบเพียงชั้นเดียว
นอกจากนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับแสงธรรมชาติหรือแสงประดิษฐ์ เพื่อสร้างรูปแบบของเงาบนพื้นและผนังได้อีกด้วย
การเลือกสีและผิวตะแกรง
สีของตะแกรงสามารถเปลี่ยนความรู้สึกของพื้นที่ได้อย่างมาก
สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง อาจเลือกสีให้สัมพันธ์กับ
สีของอาคาร
สีผนัง
สีโครงสร้าง
เฟอร์นิเจอร์
ระบบป้ายและองค์ประกอบอื่น
สภาพแวดล้อมโดยรอบ
หากต้องการให้ตะแกรงกลมกลืนกับอาคาร สามารถเลือกสีที่ใกล้เคียงกับโครงสร้างหรือผนัง
แต่หากต้องการให้ตะแกรงเป็นองค์ประกอบเด่น ก็สามารถใช้สีที่สร้างความแตกต่างได้
ทั้งนี้ควรเลือกชนิดของการเคลือบผิวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานจริง โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอกหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
สเปคสินค้าวีแอนด์พี
ตะแกรงฉีก xs-31ตะแกรงฉีก xs-32ตะแกรงฉีก xs-33ตะแกรงฉีก xs-41ตะแกรงฉีก xs-42ตะแกรงฉีก xs-43
ตะแกรงฉีก xs-51 ตะแกรงฉีก xs-52 ตะแกรงฉีก xs-53ตะแกรงฉีก xs-61ตะแกรงฉีก xs-62ตะแกรงฉีก xs-63
เลือกซือสินค้าวีแอนด์พี
ตะแกรงฉีกxs-31ตะแกรงฉีกxs-32 ตะแกรงฉีกxs-33ตะแกรงฉีกxs-41 ตะแกรงฉีกxs-42ตะแกรงฉีกxs-43
ตะแกรงฉีกxs-51ตะแกรงฉีกxs-52ตะแกรงฉีกxs-53ตะแกรงฉีกxs-61ตะแกรงฉีกxs-62ตะแกรงฉีกxs-63

